
วันนี้ (8 เมษายน 2569) นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเขาปากเตรียม หมู่ 2 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง พร้อมด้วยพลตำรวจตรีเอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นายอนันต์ชัย ทับทิม ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพบนายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เพื่อรายงานแผนปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าปากเตรียม โดยกรมป่าไม้ ได้ผนึกกำลังกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ในการดำเนินการตรวจยึดไม้ท่อนหวงห้ามที่ไม่มีรูปรอยดวงตารัฐบาล ตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พร้อมนำเรื่องราวไปแจ้วความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 บก.ปทส. และจะเคลื่อนย้ายไม้ทั้งหมด ไปเก็บรักษาไว้ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ เพื่อรอเจ้าของมาแสดงเอกสารหลักฐาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะร่วมกันขยายผลตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน โดยจะขอคัดระวางหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส. 3 ก. และสารบบแปลงที่ดินทั้งหมด กับสำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง เพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาดำเนินการ โดยการดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่ม นส. 3 ก. ที่คณะกรรมการระดับจังหวัดระนอง มีความเห็นให้เพิกถอน กลุ่มที่ 2 เป็น นส. 3 ก. ที่เกิดจากการออกเอกสารสิทธิ์โดยการเดินสำรวจออกโฉนด โดยไม่มีเอกสารที่มาที่ไป และกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่ม นส. 3 ก. ที่อ้างมาจากเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค. 1)

ในส่วนของการสืบสวนขยายผลกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตรวจสอบในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ระหน่วยงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

ขณะเดียวกันรองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) และเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฏร์ธานี) เข้าตรวจสอบและบันทึกรายละเอียดไม้ของกลางกว่า 1,000 ท่อน โดยไม้ทุกท่อนจะถูกระบุพิกัดตำแหน่ง เพื่อความสะดวกในการขนย้าย ขณะเดียวกันจะมีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนค้นหาไม้ที่คาดว่าจะถูกซุกซ่อนอยู่ในบริเวณป่าเพิ่มเติม
